Playstation Portable Slim & Lite (PSP)

 

6 สี 6 อารมณ์

Playstation Portable Slim & Lite เป็นรุ่นที่พัฒนาจากรุ่นเดิมทางด้านดีไซน์เป็นหลักครับ ไม่ใช่รุ่นใหม่หรือระบบใหม่อะไร ยังคงเล่นเกมแบบ PSP ตัวรุ่นเดิมได้ไม่เปลี่ยนแปลง พูดง่าย ๆ เขาพัฒนาเครื่องขึ้นมาเพื่อลบข้อเสียข้อด้อยที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่นเดิมนั่นเอง คล้ายๆ กับ DS lite ของ นินเทนโดครับ
จากภาพจะเห็นได้ว่ามีให้เลือกถึง 6 สี ซึ่งจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นวันที่ 20 กันยายน 2550 นี้ครับ ราคาประมาณ 6 พันบาท และสาย AV ต่อเชื่อมกับจอ TV ประมาณ 1 พันบาทครับ สีหลัก ๆ ที่ออกมา 6 สีก็จะมี สีดำ, สีขาว, สีเงิน, สีชมพู, สีม่วง และสีฟ้า ซึ่งแต่ละสีจะมีลักษณะ เป็นเงา ๆ วาว ๆ ครับ ดูหรูหรามีสไตล์ (ขนาดนั้นเลย) แต่ผมก็ได้ไปซื้อมาก่อนรุ่นที่วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นครับ ที่สะพานเหล็กเรานี่ละครับ เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในฮ่องกงนั่นเอง รหัส 2006 ครับ

สิ่งที่ผมชอบที่สุดสำหรับ PSP Slim & Lite นั้นคือ หน้าจอ Widescreen แบบ LCD คมชัดแจ๋วขนาด 480*272 ซึ่งจะเท่ากับรุ่นเดิมเป๊ะ ๆ ครับ แต่สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือความคมชัดหรือที่เรียก ๆ กันว่า ความเคลียร์ความใสของภาพมันดูดีกว่ารุ่นเก่าครับ เล่นแล้วสบายตาขึ้น น่าจะเกิดจากการปรับปรุง ในส่วนของจอ LCD ให้ดีขึ้นครับ ซึ่งก็ยังปรับแสงได้ 3 ระดับนะครับ ปรับสว่างสุดนี่ชัดแจ๋วเลย แต่เล่นนาน ๆ ก็ปวดตาน่ะ เพราะมันสว่าง แต่ก็แปลกนะครับ ซื้อแผ่นกันรอยมาแปะ ดันเหลือพื้นที่ฝั่งละประมาณ 1 มิลลิเมตรได้ครับ ไม่พอดีเหมือนแปะจอรุ่นเดิมนะ

และอีกสิ่งที่ผมชอบมาก ๆ (รู้สึกจะชอบหลายอย่าง) ก็คือ Ram ในเครื่องเพิ่มขึ้นจาก 32MB มาเป็น 64 MB

*** ภาพนี้นำมาจาก internet นะครับ ***

จากภาพตามความรู้สึกผม ผมรู้สึกเลยว่า มันก๋องแก๋งครับ ประมาณว่าบอบบางพอตัวเลยทีเดียว (ก็เขาทำให้บางนี่นา) การวางบอร์ดกับตัววัสดุเครื่อง ดีไซน์มาอย่างดี (นี่คือข้อดีของโซนี่มาตลอด) การที่ Ram รุ่นเดิมคือ 32 MB มาเพิ่มในรุ่น Slim เป็น 64 MB นั้น เพื่อวัตถุประสงค์หลาย ๆ อย่าง แต่หลัก ๆ ก็คือการโหลดเกมจะทำได้รวดเร็วขึ้นครับ เพราะมีการสำรองข้อมูลไว้ใน Ram ด้วย



นี่คือภาพว่าปุ่มอะไรอยู่ตรงไหนนะครับ นำมาจาก internet มาลงให้ดูครับ ต่ำแหน่งย้ายจริงๆ หลัก ๆ ก็ WLAN ครับ

เอาละครับ ต่อจากนี้ไปจะเป็นการรีวิวไปพร้อม ๆ กับภาพที่ผมถ่ายด้วยกล้องจากมือถือ Sony K750i ของผมละครับ
ถ้าใครจะเอาภาพไปใช้ก็ให้เครดิตกันด้วยนะครับ (ผมไม่ได้เขียนชื่อตัวเองลงภาพน่ะ มันรำคาญตา)


นี่คือภาพหน้ากล่องครับ เนื่องจากผมซื้อเครื่องสีขาวมา รหัส 2006 ซึ่งเป็นเครื่องโซนที่จำหน่ายในฮ่องกงครับ


ตรงด้านหลังกล่องก็จะระบุว่า มีอะไรในกล่องบ้าง ก็จะมี
1. System ก็หมายถึงตัวเครื่อง PSP slim & lite นั่นเอง
2. AC power cord ก็คือสายไฟครับ เอาไว้ต่อกับหม้อแปลงอีกที
3. AC adaptor ก็คือตัวหม้อแปลงไฟนั่นเอง ใช้ได้ทั่วโลกครับ 110 - 220v
4. Batter pack ครับ ขนาด 1200 มิลิแอมป์
5. Printed materials ก็คือคู่มือการใช้งาน (ซึ่งผมไม่เคยเปิดเลย ทำเป็นอวดเก่งอ่ะ)



เนื่องจากซื้อเครื่องโซนฮ่องกงจึงเป็นเครื่องโซน 3 นะครับ เรื่องโซนนี้มีผลในการเล่นแผ่น UMD MOVIE เท่านั้นครับ แผ่นเกมแท้ ๆ เล่นได้ All zone จ้า


นี่ก็ภาพกล่องจากด้านข้างครับ จะได้รู้ว่า ฉันนี่ละ Slim นะจ๊ะ

คราวนี้มาอ่าน SPEC ของเครื่องนี้กันอย่างละเอียดเลยดีกว่า
ขนาดตัวเครื่อง
ยาว 16.94 ซม.
กว้าง 7.14 ซม.
หนา 1.86 ซม.
น้ำหนัก 189 กรัม

CPU:
PSP CPU (System clock frequency 1-333 MHz)
ความเร็ว CPU เท่ากับรุ่นก่อน แต่รูปแบบ CPU เปลี่ยนไปครับ
(ภาพนำมาจาก internet)

บอร์ดก็เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดคือ TA-085 ครับ CPU ก็เปลี่ยนรหัสใหม่

Main Memory (แรมในเครื่อง):
64 MB
รุ่นก่อนมีเพียง 32MB
ยิ่งมีเยอะ การโหลดเกมจากแผ่น UMD ก็จะเร็วขึ้น ยิ่งวันหน้าถ้าเล่น ISO บน mem ได้อีกละก็จะสุดยอดครับ

Display:
4.3 inches (16:9) full-transparent type, TFT drive, 480*272 pixel Approximately 16 ล้านสี
ขนาดจอและสเปคเท่ากับรุ่นก่อน แต่รุ่น slim นี่ชัดกว่าสบายตากว่า Contrast ดีกว่าครับ

Sound:
Built - in stereo speakers
รุ่นเดิมรูลำโพงอยู่ด้านล่าง ส่วนรุ่น slim รูลำโพงย้ายไปด้านบน เสียงเหมือนเดิม

Main Input / Output:
Wireless LAN (IEEE 802.11b) (Wi-Fi)
High Speed USB (USB2.0) (mini-B)
Memory Stick PRO Duo
Analog Video Out

Main Connectors:
DC In 5V connector
DC Out connector
video out/headset connector
USB connector
Memory Stick Duo slot

Power sources :
Lithium-Ion Rechargeable battery pack
AC adaptor
USB power supply ชาร์จผ่านสาย USB ได้

Wireless Communications :
Infrastructure mode
Ad hoc mode (connects up to 16 consoles)

Supplied Accessories :
AC adaptor
Battery pack (1200mAh) 3.6V

มาถึงเรื่องการรองรับไฟล์มาตรฐานครับ (ใน memory stick)
Video : ไฟล์วีดีโอ
MPEG-4 Simple Profile (AAC LC)
H.264/MPEG-4 AVC Main Profile - CABAC only - (ACC LC) / Baseline Profile (AAC LC)
AVI Mmotion JPEG (Linear PCM)

Music : ไฟล์เสียง
ATRAC3
ATRAC3plus
MP3 (MPEG-1/2 Audio Layer3)
MP4 (MPEG-4 AAC)
WMA (Window Media Audio 9 Standard only)
WAVE (Linear PCM)

PHOTO : ไฟล์ภาพ
JPEG (DCF2.0/Exif2.21 compliant)
TIFF
BMP
GIF
PNG

อุปกรณ์เสริมที่จะทำออกขายใช้ได้เฉพาะรุ่นตัวบางนี้เท่านั้นนะครับ
Battery Pack: DC 3.6V/1200mAh
น้ำหนัก 30 กรัม
Batery type : Lithium-ion rechargeable battery
Product Code : PSP-S110 / PSP-S110U / PSP-S110E / PSP-S110G

Headphones with Remote Control
Product Code : PSP-S140 / PSP-S140U / PSP-S140G

AV cable
Product Code : PSP-S150 / PSP-S150U / PSP-S150E
Cable length : Approx. 2.5m

S VIDEO cable
Product Code : PSP-S160 / PSP-S160U
Cable length : Approx. 2.5m

D Terminal AV cable
Product Code : PSP-S170
Cable length : Approx. 2.5m

Component AV cable
Product Code : PSP-S180 / PSP-S180U / PSP-S180E
Cable length : Approx. 2.5m

ดึก ๆ ก็เลยเอามาถ่ายรูปครับ (ไม่รู้ทำไมต้องถ่ายดึก ๆ ด้วย ตีสามแนะ)

รุ่นเดิมสีดำครับ รุ่นใหม่ผมซื้อมาเป็นสีขาว



เปรียบเทียบกับรุ่นเดิมครับ บางกว่ากันนิดหน่อย แต่เรื่องเบากว่านี่ผมยกให้เลยครับ เบากว่าเยอะครับ รับรอง



ภาพจากกล้องภาพนี้มัวนิดหน่อย แต่ก็พอเห็นขนาดนะครับว่า มันบางลงเยอะเลย



พอซูมดูใกล้ๆ ด้านขวา ก็เหมือนเดิมครับไม่มีอะไรแตกต่าง สังเกตุดูดี ๆ ครับ รูลำโพงย้ายข้นไปด้านบน
สัญลักษณ์ POWER และ HOLD ก็อยู่ที่เดิมครับ



ฝั่งซ้ายก็เช่นเดียวเกัน ไม่มีอะไรแตกต่างด้านรูปลักษณ์ แต่ปุ่ม W lan ที่เคยอยู่ด้านข้างเครื่อง
จะถูย้ายขึ้นไปด้านบนแทนครับ เดี๋ยวมีรูปให้ดู




จะว่ารู้สึกไปเองก็ไม่ใช่ครับ ปุ่ม D pad หรือปุ่มบังคับทิศทางเนี่ย มันนูนกว่ารุ่นเดิม ผมมานั่งคิด ๆ ดูคงเป็นเพราะตัวเครื่องมันบางลง
มันเลยนูนขึ้นมาน่ะครับ ทำให้กดเฉียงง่ายขึ้นนะเท่าที่ผมลองเล่น




นี่ละครับ ปุ่ม WLAN ที่เอาไว้ปรับตอนเล่นกับเพื่อนหลาย ๆ คน ย้ายจากด้านข้างจากรุ่นเดิมมาอยู่ด้านบน
แถวเดียวกับ USB ครับ




ช่องใส่แผ่น UMD ก็ไม่เหมือนเดิม คือรุ่นเดิมเราต้องกด ถาดถึงจะเด้งออกมา แต่รุ่น slim นี้ไม่ต้องกดอะไรเลย
เพียงงัด ฝาก็ออกมาแล้ว ใส่แผ่นแล้วก็ปิดแค่นี้เอง มันเป็น snap ครับ




นี่ก็ภาพหัวอ่าน UMD ครับ ผมพยายามบรรจงถ่ายมาให้ดูกัน บอกตามตรง มันดูก๋องแก๋งจริง ๆ ครับ กลัวพังง่ายจังเลย T_T




นี่คือชื่องใส่ mem ครับ เพียงงัดพลาสติกออกมาก็จะมีรูไว้ใส่ mem stick duo จากนั้นก็ใส่เมมเลย แล้วก็ดันปิดไปก็ใช้ได้




รูหูฟังก็ยังอยู่ตรงตำแหน่งเดิมครับ แต่รุ่นนี้จะมีสายต่อเพื่อโชว์ภาพบนจอ TV ได้ครับ ซึ่งรุ่นเดิมไม่สามารถนำสาย
ของรุ่น slim ไปใใช้ได้นะครับ ถึงจะมีรูปลักษณะเดียวกันก็ตาม



ด้านหลังเครื่องครับ เรียบเป็นระนาบเดียวกันเลย พลาสติกมันวาวตลอด ไม่ด้านเหมือนรุ่นเก่า ซึ่งตรงนี้ผมไม่ชอบ
เพราะมันจะเป็นรอยง่ายครับ ต้องซื้อซิลิโคนมาใส่แน่นอน




สงสัยว่ารุ่นเดิมนั้นถอดฝาใส่แบ็ตออกยาก รุ่นนี้เลยมีปุ่มกด ทำให้ถอดฝาออกได้ง่ายมากครับ



แบ็ตรุ่นนี้เป็น 1200 mAh ซึ่งต่างกับรุ่นเก่าที่เป็น 1800 mAh ครับ แต่ก็บางกว่ากันเยอะ ทำให้เบาขึ้นเยอะเลยครับ




ยังใช้ไฟที่ 5V เหมือนเดิมครับ ใครมีหม้อแปลงรุ่นเดิมก็เอามาเสียบได้ครับ ขนาดรูแจ๊กเท่ากันเป๊ะ ๆ


พออ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องสรุปซักเล็กน้อยก่อน
- เครื่อง Slim นี้มีขนาดบางลง 19% และเบาลง 33% จากรุ่นเดิม
- Ram เพิ่มจาก 32 MB เป็น 64MB ซึ่งจะเป็นผลดีมากในอนาคต โฮะๆๆๆ
- ต่อขึ้นจอ TV ได้ ซึ่งจะมีสายสัญญาณมาวางขายให้เลือกซื้อ
- โหลด UMD ได้เร็วกว่ารุ่นก่อน แต่ผมคิดว่าไม่ได้เร็วกว่าเดิมมากมาย
- แบ็ตความจุ 1200 น้อยกว่ารุ่นเดิมที่เป็น 1800 แต่โซนี่บอกใช้แบ็ตได้ทนกว่า อืมมน่าคิด
- ชาร์จแบ็ตจากสาย USB ได้ครับ สบายเลย ไม่ต้องพกหม้อแปลงให้หนัก
- ชาร์จไฟจาก USB ใช้เวลา 5 ชั่วโมง
- ชารืจไฟจาก AC adaptor ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที
- เล่นเกมออกจอ TV จะได้ 480 *272
- เล่น UMD VIDEO และไฟล์จาก memory stick duo จะได้ 720 * 480


เอาละ เปิดเครื่องเข้าสู่ Firmware 3.60 กันดีกว่า

นี่คือสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาใน firmware 3.60 ครับ คือการเชื่อมต่อ psp ขึ้นจอ TV



พอเลือกเข้ามาก็จะมีโหมดเพิ่มเติม ถ้าเรามีสาย AV ที่โซนี่ทำขาย แล้วเสียบต่อกับ TV เรียบร้อยแล้ว
ก็กดเลือก Switch Video Output ได้เลยครับ



ตรง TV Type นี่ปรับเพื่อให้ตรงกับขนาดหน้าจอ TV ของเราครับ ถ้าจอ Wide ก็ 16:9
ถ้าจอปกติแบบ TV ที่บ้าน ๆ เราใช้กันจอหนา ๆ ก็ 4:3 ครับ



เลือกระบบภาพได้ด้วย



กรณีที่ต่อกับ TV แล้วไม่ได้เล่นนาน ๆ ก็จะมีการตั้งค่า Screensaver ด้วยนะครับ



สำหรับ Theme นี้มีให้เลือกถึง 27 สีครับ มากกว่าเดิมเยอะเลย




ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้โหลดเกมจากแผ่น UMD เร็วขึ้นละ ตั้ง On ไว้เลย



เอาสาย USB เสียบ แล้วก็เลือก On ก็จะทำการชาร์จไฟเข้าแบ็ตครับ



มาพร้อมกับ Firmware 3.60 ครับ ซึ่ง ณ วันที่ผมรีวิวคือ 5 กันยา 50 ยังไม่สามารดาวน์เกรด
เพื่อที่จะเล่นเกม iso หรือเกมก๊อบปี้บน mem ได้นะครับ ดังนั้น ณ เวลานี้ PSP Slim ต้องเล่นแต่แผ่นแท้เท่านั้นครับ
แต่ ณ ปัจจุบัน สามารถทำให้เล่นเกม iso บน mem ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วนะครับ สบาย ๆ เลย





เล่น MP3 ก็ปกติครับ เหมือนรุ่นเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่



ส่วนหนัง MP4 avc ก็เล่นได้เหมือนเดิม อย่างนี่คือเรื่อง Apocalypto ที่ผมแปลงล่าสุดด้วยโปรแกรม DVD Fab



นี่ก็แผ่น UMD เกม Minano Golf ที่ผมใส่ไว้ละครับ (ซื้อสมัยเครื่องรุ่นเดิมออกวันแรกน่ะครับ)

นี่คือ แพ็คเกจ ของสาย AV ที่จะมีเข้ามาขายในบ้านเราครับ
** ภาพนำมาจาก internet ***

อันนี้เป็นสาย AV ธรรมดาครับ ขาว เหลือง แดง ซึ่งผมจะซื้อมาลองแล้วก็จะเอาภาพขึ้น TV ได้แต่ หนังMP4 ดูรูปภาพ และฟังเพลง MP3 เท่านั้น ภาพเกมเอาขึ้นไม่ได้ครับ


** ภาพนำมาจาก internet ***

ส่วนอันนี้เป็นแบบ component ครับ ซึ่งจะได้ภาพที่คมชัดกว่าแบบ AV ครับ และสายแบบนี้เท่านั้นที่จะต่อเล่นเกมขึ้น TV ได้ครับ
ราคาสายประมาณ 1,200 - 1,500 บาท
วางจำหน่าย 20 กันยายน 2550

 

ในที่สุด 6 กันยายน 2550 ผมก็ทนไม่ไหวครับ
ไปซื้อเกม Winning Eleven Proevolution Soccer 2007 มาเลย

และก็ต้องลองครับ เพราะเกมวินนิ่งเป็นที่รู้ๆ กันว่า มีปัญหาเรื่องปุ่มกดเฉียงมานมนานแล้ว ก็เลยต้องลงกับ slim ซะเลย ผลปรากฎว่า ความรู้สึกเหมือนเราได้กดจอย PS2 นั่นละครับ คือใช้งานได้ง่ายกว่ารุ่นเดิมเยอะ คงเป็นเพราะว่าปุ่มมันนูนออกมานั่นเอง ทำให้ผมที่คุ้นเคยกับการปรับตัวให้ใช้ อนาล็อค เล่นเกม วินนิ่งบน PSP มาตลอดต้องปรับตัวใหม่ (แต่ก็ปรับตัวไม่ยากครับ) มาเล่น D pad หรือปุ่มบังคับทิศทางนั่นเอง ก็เลย กด โอลิมปิกลิยง ลงเป็นยิงไปซะ 7 ประตูต่อ 2 ที่โดนยิงสองลูกเพราะกองหลังผมติ๊งต๊องไปนิด ฮ่าๆๆ


เนื่องจากถ่ายตอนเล่นไม่ได้นะครับ ภาพมันสั่นแน่นอน ผมเล่นเป็นทีมแมนยู ครับ ชอบผีแดงเพราะชอบไรอันกิ๊ก แต่ตอนนี้เริ่มแก่แล้ว ก็เปลี่ยนมาชอบ เวน รูนีย์ , คริสเตียโน โรนัลโด ซึ่งผมเล่นแบบมาสเตอร์ลีคนะเนี่ย ใจรัก เบคแฮม ก็เลยซื้อตัวมาจากมาริด ครับ ในเกมนี้ เบคแฮม ยังอยู่ มาริด อยู่ครับ ผมยังไม่ได้เอาตัวเซฟจากใน internet ไปอัพครับ

สรุปผลก็ 7 ประตูต่อ 2 ซึ่งปกติแล้วผมจะไม่โดนยิงนะเนี่ย ฮ่าๆๆ คุยซะเลย แต่เนื่องจากเขิน ๆ การใช้ปุ่ม D pad แต่รับรองว่าคืนนี้ ได้ลุยอีกแน่นอน



สรุปจากความรู้สึกที่ได้ลองใช้กับเกมแบบจริง ๆ จัง ๆ
- ปุ่ม D pad หนึบดีมาก กดเฉียงลงง่ายขึ้นมาก ๆ ครับ ง่ายกว่ารุ่นเดิมแน่นอน 100%
- เพิ่งรู้ตัวครับว่าเล่นเกมแล้วมันรอโหลดนาน ปกติเล่นวินนิ่งบน mem ก่อนเข้าเกมโหลดแป๊บๆ มาเล่นบน UMD โหลดนานเหมือนกัน
- ผมได้ลองเปรียบเทียบเรื่องการโหลดเกม UMD ระหว่างเครื่องรุ่นเดิม กับรุ่นใหม่แล้ว สรุปได้เลยครับว่า รุ่นใหม่เร็วกว่าจริง ๆ ครับ โดยลองกับเกม Minano Golf และ วินนิ่งเนี่ยละ แต่ก็ไม่มีอะไรเร็วไปกว่าการเล่นเกมบน mem ครับ
- เนื่องจากตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้น้ำหนักเบา ทำให้เล่นเกมได้นานขึ้นครับแบบไม่เมื่อยมือ
- เรื่องเครื่องสีขาวและเครื่องสีอ่อน ๆ ทั้งหลายที่จะตามออกมานั้นโอกาสที่จะเหลืองแบบรุ่นเดิมนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วครับ เพราะรุ่นเดิม เครื่องสีขาว ด้านหลังจะเป็นพลาสติกด้าน ๆ ไม่ได้มันวาวเหมือนด้านหน้า แต่ PSP Slim รุ่นใหม่นี้ ไม่ว่าสีอะไรก็ตามจะเคลือบสารมันวาวทั้งตัวเครื่องครับ โอกาสเครื่องจะเหลืองเพราะเหงื่อไคลนั้นเป็นไปได้ยากมาก ๆ ครับ จะมีก็แต่จะเป็นรอยขนแมวนี่ละครับที่อาจจะเป็นได้ แต่สารเคลือบตัวเครื่องนี้เป็นสารที่ทางโซนี่คิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษครับโดยสารเคลือบตัวนี้ได้ถูกนำไปใช้กับจอของโน๊ตบุค VAIO ของโซนี่ด้วยครับ ดังนั้นเรื่องคุณภาพนั้นหายห่วงครับ โดยส่วนตัวผมก็จะรอซื้อ ซิลิโคนมาหุ้มเครื่องเหมือนเดิมครับ

และในที่สุด 11 กันยายน 2550 ครบรอบ 6 ปี วินาศกรรม (ไม่เกี่ยวกันแฮะ หรือว่าเกี่ยวหว่า) ก็ทำการดาวน์เกรดเครื่อง 3.60 ให้สามารถ Hack เล่นเกม ISO บน memory stick duo ได้เป็นที่เรียบร้อยครับ (วิธีการทำ mem และ battery ให้เป็น pandora ยากพอตัวเลยละ) และผมก็ได้จัดการทำเป็น 3.60 M33 เป็นที่เรียบร้อยครับ และก็จัดการนำมารีวิวสด ๆ ร้อน ๆ ให้อ่านกันเลย

เท่าที่ได้ทำการทดสอบในเบื้องต้นกับ 3.60M33 นั้น ผมสรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้
- เล่นเกม ISO ของเครื่อง PSP ได้ปกติเลย ไม่มีปัญหา
- เล่นเกม PSone ที่แปลงเป็น Eboot ได้ปกติ
- เล่น UMD MOVIE ที่เป็น iso ได้ปกติ ฮุๆ ๆ เป่ายิ้งฉุบ
- ส่วนการเล่น Emulator เครื่องเก่า ๆ ตอนนี้ยังมีปัญหาอยู่ เพราะ Emulator เครื่องเก่าๆ นั้น จำลองการเล่นบน firmware 1.50 แต่เจ้า slim นี้ จะจำลองการเล่น Emu บน 2.00 ดังนั้น emu บางตัวจะใช้ไม่ได้แต่ไม่ต้องกลัวครับ เดี๋ยวก็มีการทำออกมาให้เล่นได้ อย่าง emu ที่ผมลองไปก็จะมี GBA kai 3.0 ที่ยังเล่นไมได้ และได้ลอง NES, Masterboy ของ Gameboy, Gameboy color, Game Gear พวกนี้เล่นได้ครับ แต่ ณ ปัจจุบันก็ไม่ต้องกังวลแล้วครับ เล่นได้หมดแล้วทุก emulator บน firmware 3.71M33-4-3.90M33-3 ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ สบาย ๆ เลย
- ดีใจตรงที่ได้เล่น winning บน mem ซักที เล่นบนแผ่นโหลดนานเหลือเกิน เล่นบน mem โหลดปรู๊ด ๆ เลย แจ่มมาก


ลองแล้ว เล่นได้แน่นอน



นี่คือภาพเกม Einhander เกมของ PSone ครับ ผมแปลงเล่นบน PSP เล่นได้ปกติเลย



โฮะๆ ๆ ลงเกมไว้หลายเกมเลย แบบว่าใช้ mem 4 GB Sandisk ครับ สะใจๆ



พิสูจน์ให้ดูเลยว่า เล่นได้โดยไม่ต้องใช้แผ่นล่อครับ ภาพเกม Proevo 2007 น่ะครับ บนจอน่ะ แผ่นก็ไม่ได้ใส่เห็นมั้ยเอ่ย



ภาพเล่นจริงๆ เลย ถ่ายยากนะเนี่ย มันเคลื่อนไหวน่ะครับ



นี่ครับ Emu ของ GB ที่ชื่อ Masterboy เล่นได้บน 3.60 M33 ครับ ไม่มีปัญหา (ปัจจุบันก็เล่นได้บน 3.71M33-4 -4.01M33-2 ได้ไม่มีปัญหาครับ) และผมก็ได้ลอง Emu ของ Famicom, super famicom, Gameboy advace สามารถเล่นได้ไม่มีปัญหาครับ




การรีวิวทั้งหมดนี้เป็นการรีวิวคร่าว ๆ ในแบบของผมนะครับ หวังว่าคงจะได้ประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อย

และผมก็จำหน่าย PSP Slim & Lite
ที่ราคา X,XXX บาท (รวมค่าส่ง EMS แล้ว)
ณ ปัจจุบัน ตอนนี้สินค้าขาดตลาดครับ ต้องขออภัยด้วยครับ



" ผมเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคครับ "
วิธีการสั่งซื้อ
สนใจติดต่อได้ที่
auns555@hotmail.com
Tel.089-0785670 อั๋น
ดูรีวิวเกม PSP