รีวิว PS Vita by auns555


กว่าจะได้รีวิว ซื้อเครื่องมาเมื่อ 21 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา แต่ไม่มีเกมและเมมให้เล่น
เพิ่งจะมาหาได้ไม่กี่วันนี้เอง กระแสมาแรงจริง ๆ ครับ

และเหมือนเดิมนะ รีวิวของผม พวกศัพท์เทคนิค ไม่มีนะ มีแต่บ้าน ๆ เน้นเข้าใจง่าย ๆ
อ่านเพลิน ๆ นะ ผมก็พยายามจะกระตุ้นให้ท่านเกิดกิเลศกันล่ะ เริ่มเลยนะครับ

เครื่อง PS Vita เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท Sony ที่เรารู้จักนั่นเอง
วางจำหน่าย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรก
ที่อเมริกาและยุโรปวางจำหน่าย 22 กุมภาพันธ์ 2555
ราคาประมาณ 12,xxx - 16,xxx บาทแล้วแต่รุ่น แล้วแต่แพ็คเกจ
รุ่น Wifi ก็จะราคาประมาณ 13,xxx บาท
รุ่น 3G+WiFi ก็จะราคาประมาณ 16,xxx บาท
ปัจจุบันมีเครื่องของโซน Asia ออกมาแล้ว ใช้ซิม3G บ้านเราได้สบายนะ
ส่วนเรื่องราคาก็ต้องไปสอบถามกับร้านประจำของท่าน ๆ กันเองนะ

สำหรับ ระบบ 3G ของเครื่องรุ่นโซนที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น (โซน2) ที่ผมซื้อมานั้น
ยังไม่สามารถใช้ SIM 3G ในบ้านเราได้ เพราะเขาล็อคไว้ (ยังไม่มีใครทำปลดล็อค)

ดังนั้นถ้าใครอยากใช้จุดนี้แนะนำให้ซื้อรุ่น Asia (โซน3) และ USA (โซน1) ครับ
ส่วนผมซื้อโซน 2 ญี่ปุ่น ซึ่งมันล็อค3G ก็เลยใช้งานไม่ได้ เปรียบเสมือนเครื่องผม
มันเป็นรุ่น WiFi ดี ๆ นี่เอง แต่ก็ไม่ซีเรียส เพราะตอนแรกตั้งใจซื้อรุ่น WiFi อยู่แล้วแต่ของหมดฮ่าๆๆ

ทำไมถึงซื้อมาเล่นละ ?
คือว่า ถ้าใครเป็นแฟนเครื่องเล่น PSP มาก่อน ผมว่า 99% ต้องมาซื้อ PS Vita กันต่อแน่ ๆ
เพราะอะไร เพราะโซนี่ไปทำการบ้านมานั่นเอง ใครเขามีอะไรดี
โซนี่ก็จับ ๆ มายำรวม ๆ เป็น PS Vita ออกมา และก็ทำออกมาได้ดีมากซะด้วยสิ

มาคราวนี้เป็นหน้าจอแบบ Touchscreen และมี TouchPad หลังเครื่อง
และยังมีระบบเซ็นเซอร์อีกเอียงเครื่องซ้ายขวากระดกได้อีก และก็มีกล้องหน้า หลัง มีไมค์
มีลำโพงสองข้างเสียงดีซะด้วย มีอนาล็อคซ้ายขวา มากันแบบเต็มที่
และที่สำคัญจอ OLED ขนาด 5 นิ้ว ใหญ่สะใจนั่นเอง กราฟฟิกก็น้อง ๆ PS3 เลยทีเดียว

แรก ๆ ผมว่า ดีไซน์กล่องนี่ทำมาไม่ค่อยสวยเลยนะ

แต่ดูนาน ๆ ไปชักชอบละ นี่ละที่เขาเรียกว่า ลำเอียง


หลังกล่องก็จะระบุโซนเครื่อง โซน 2 คือ โซนที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น

โซนเครื่องไม่มีผลใด ๆ กับการเล่นเกมนะครับ เพราะเครื่องไม่ว่าจะซื้อจากโซนไหนก็เล่นเกม
ได้หมดทุกโซนครับ ไม่มีล็อคโซน นั่นเอง ดังนั้น เลือกแล้วแต่ชอบ แล้วแต่แพ็คเกจที่ต้องการนะ

ซีเรียลเครื่องข้างกล่อง กับตัวเครื่อง ก็ต้องดูนะครับ

บางร้านอาจจะหยิบให้ลูกค้าลองหลายคน ตอนหยิบใส่อาจจะใส่สลับกันได้นะ ต้องดูด้วย

ในกล่องก็มีอุปกรณ์มาตรฐานดังที่เห็น

รักษาให้ดีนะครับ ทั้ง adaptor และ สาย USB น่ะ ซื้อต่างหากนี่แพงไม่แพ้ของ apple เลยน่ะ
ตรวจสอบให้ดีก่อนออกจากร้านน่ะครับ ของในกล่องเนี่ย

มาดูตัวเครื่องกัน

ดีไซน์ก็คล้าย ๆ กับ PSP นั่นเองครับ แต่ขนาดใหญ่ขึ้น จอใหญ่ขึ้น มีก้านอนาล็อคมาสองฝั่ง
ลำโพงสองฝั่งเป็น Stereo นะครับ

ตรงสันเครื่องด้านล่างนี่ก็จะมีช่องเอาไว้ใส่ memory ซึ่งเป็น เมมชนิดใหม่ที่โซนี่คิดค้นขึ้นมา



ส่วนตรงนี้ก็สันเครื่อง ฝั่งบน และฝั่งล่าง

ช่องเสียบสาย USB นี่เป็นสายแบบเฉพาะของ Sony PS Vita นะครับ
ช่องเสียบหูฟังก็ 3.5 มินิแจ๊ค ปกติพื้นฐานครับ เอาหูฟังอะไรมาเสียบก็ได้
ปุ่มเปิดปิดเครื่องก็ทำให้ดูทันยุคสมัยแบบมือถือทั่วไป
ส่วนช่องข้าง ๆ ปุ่มเปิดปิด ็เป็นช่องใส่แผ่นเกมนั่นเอง

เถิบจากช่องใส่แผ่นเกม ก็จะเจอช่องสำหรับอุปกรณ์เสริมในอนาคตและปรับเสียง

ปุ่มปรับระดับเสียง นี่คล้าย ๆ กับของ iphone 4 เลยนะ

ฝั่งขวามือของเครื่อง

ปุ่ม select และ start ก็ยังอยู่ครบ ที่เพิ่มมาก็แกนอนาล็อคนั่นเอง

ฝั่งซ้ายมือของเครื่อง

ก็จะคล้าย ๆ กับ PSP เดิมเรื่องการวางปุ่ม แต่ต้องบอกตรงนี้เลยครับว่า
แกนอนาล็อคที่ทำมาในครั้งนี้ เรียกว่า แจ่มเป็ด ไปเลยครับ ไม่ได้ง้องแง้งแบบ PSP แล้ว

งานประกอบเครื่อง PS Vita ผมให้สอบผ่านครับ เรียกว่าประกอบเครื่องมาได้เนี้ยบ
การจัดวางปุ่มกดต่าง ๆ ถนัดมือ และใช้เวลาไม่นานในการทำให้คุ้นเคย และน้ำหนักเครื่อง
ก็ไม่ได้หนักอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ใช่เบาหยองน่ะ เรียกว่า กำลังดีเลยละครับ


หลังเครื่องก็เป็นจุดขายจุดเล่นใหม่นั่นคือ touchpad

ขึ้นอยู่กับเกมแต่ละเกมว่าจะนำจุดนี้มาใช้ยังไง ไม่ต้องห่วง เกมแต่ละเกมจะมีสอนแน่นอน

พูดถึงเกม ก็มาดูหน้าตาแผ่นเกมของ PS Vita กันบ้าง
เราน่าจะคุ้นเคยกับแผ่น UMD ของ PSP กันมานานแล้ว มาคราวนี้ เปลี่ยนรูปแบบกันเลยละ

อาจจะเป็นเพราะ ต้นทุนการผลิตแผ่นเกมลักษณะนี้ถูกกว่าทำแผ่น UMD แน่ ๆ
แต่ผมว่าดีนะ คราวนี้ ก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องหัวอ่านหัวเลนส์ เรื่องมอเตอร์ไดร์ฟ เรื่องกลไกต่าง ๆ

เปิดฝากล่องเกมก็จะเจอดังนี้

น่าเสียดายที่ ไม่มี manual หรือ คู่มือเล่ม ๆ แล้ว เขาจับยัด manual ไว้ในตัวแผ่นเกมเลย
เป็นไฟล์ให้เปิดดูแทน ก็เสียอารมณ์เรื่องความคลาสสิคไปนะเนี่ย

กล่องไม่ใหญ่นะครับ


หลังกล่องก็จะระบุโซนไว้

ซื้อเล่นกับเพื่อนฝูงก็นัด ๆ กันด้วยนะครับว่าจะเล่นโซนอะไร
เพราะถ้าเกมไหนออนไลน์ได้ (เกือบทุกเกม) ก็จะต้องเลือกแผ่นให้ตรงโซนกันน่ะเพื่อนฝูงน่ะ
เล่นออนไลน์นี่ข้ามโซนไม่ได้นะครับ เหมือน PS3 นั่นละ

ส่วนตรงนี้ก็จะระบุว่า แผ่นที่เราซื้อนี้ เป็นภาษาอะไร

แน่นอนช่วงแรกที่ออกมีแต่โซนญี่ปุ่น ก็ต้องเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็จะมีเกม Uncharted เท่านั้นละ
ที่เลือกเป็นภาษาอังกฤษได้ในโซน 2 ญี่ปุ่นเนี่ย นี่ครับ หน้าตาแผ่นเกม

ใช่เลยครับ ใกล้เคียงกับขนาดของ SD Card มาก ๆ เลยละ


ความจุของแผ่นเกมที่โซนี่คิดค้นขึ้นมานี้รองรับได้ถึง 32GB เลยทีเดียว
แต่ช่วงแรกของเกมที่ออกนี้ก็ยังไม่มีเกมไหนใช้ความจุเกิน 3GB เลยครับ

เราก็เอาแผ่นเกมไปเสียบตรงช่องด้านบนเครื่อง โดยหันหน้าเลเยอร์ของแผ่นเกมออกแบบนี้ละ

และก็มีบางเกม ก็จะเรียกร้องให้ต้องใช้ เมม ด้วยนะ

มันก็จะระบุไว้หน้ากล่องแบบนี้เลยว่า เกมนี้ต้องการใช้เมมในการเล่นด้วย ก็ใช้ในส่วนการเก็บเซฟเกม
และ install เกมบางส่วนลงไว้ในเมมนั่นเอง พอพูดถึงเมม ก็เอาหน้าตาเมมโมรี่การ์ด ของ PS Vita มาให้ดู


ตอนแรกที่มีข่าว ก็นึกว่าจะเป็นเมม Sony M2 น่ะ แต่สุดท้าย โซนี่ก็ออก
แบบเมมแบบเฉพาะ มาใช้กับ PS Vita โดยตรงซะเลย ขนาดเล็กพอ ๆ กับ เมม sony M2 และ Micro SD นั่นละครับ


ส่วนนี่ก็คือ Spec เครื่อง PS Vita ครับ

เห็น spec แล้ว ก็เรียกได้ว่า สุด ๆ เลยครับ แรมเยอะมาก 512MB ซีพียูก็ 4 คอร์
หน้าจอ OLED ขนาด 5 นิ้ว 960 *544 ที่ 16ล้านสี หรือ 16bit
คือ ดูจาก spec นี่แทบจะยกเกม PS3 มาลง PS Vita ได้เลย ซึ่งทางโซนี่ก็กล่าวเช่นนั้นเหมือนกัน ว่าเกมที่อยู่บน PS3
ถ้าจะ port ลง PS Vita นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำ (ก็รีบทำซะสิครับ)

นี่เรายังไม่ได้เปิดเครื่องกันเลยนะ ยังก่อน ๆ
การจะเล่น PS Vita ในเมนูต่าง ๆ และ การเล่นเกมต่าง ๆนั้น เราต้องมี id PSN ก่อน
http://asia.playstation.com/th/en
ไปสมัครกันได้ครับ ส่วนตัวผมสมัคร id PSN ของ USA ครับใช้ชื่อ Na_auns555
เพราะวันข้างหน้ากะลุยเกม โซน 1 USA เต็มที่เลย พอมี id PSN เรียบร้อย ก็เปิดเครื่องกันเลย
มันก็จะให้ตั้งค่าต่าง ๆ และก็จะมีให้เราใส่ id PSN ด้วยนะ เรื่องตั้งค่าพวกนี้มันง่ายๆ ครับ ทำกันได้ไม่ยาก

ตอนแรกผมว่าจะถ่ายรูปหน้าจอการใช้งานต่าง ๆ จากกล้องดิจิตอล
แต่เปลี่ยนใจดีกว่า เพราะเครื่อง PS Vita นั้นสามารถ Capture ภาพหน้าจอได้นั่นเอง
โดยการกดปุ่ม PS + ปุ่ม Start พร้อม ๆ กันครับ

ดังนั้นต่อไปนี้ก็จะเป็นภาพที่ผม capture จากหน้าจอของเครื่องผมนั่นเอง
เอาละเปิดเครื่องก็จะเจอไอค่อนประมาณนี้


ไถลเลื่อนหน้าจอลงมาก็จะเจออีกกลุ่ม


จะเห็นไอค่อนสีเขียว ๆ เขียนว่า Settings นั่นละ กดเลย เราไปดูสิว่ามีอะไรให้ตั้งค่ากันบ้างนะ

มีให้ตั้งค่าเยอะเลยนะ แป๊บเดียวก็เข้าใจครับ เหมือนพวกมือถือสมาร์ทโฟนยุคนี้ละครับ


หัวข้อแรก System Update

ก็เอาไว้ใช้ในการอัพเดท firmware ครับ ปัจจุบัน ณ ตอนรีวิวนี้ Firmware 1.51 แล้ว
ก็มีให้เลือกว่าจะอัพแบบไหน ซึ่งผมเลือกแบบแรกประจำเพราะ WiFi เรามันแรง

มาหัวข้อต่อไปคือ Network


ติ๊กถูกตรงคำว่า Wi-Fi

ก็จะทำการ search สัญญาณ WiFi ในระยะ แล้วก็เลือกใช้งานได้เลย
สัญญาณ WiFi ที่ผมใช้ประจำก็คือ santi ชื่อผมเอง มันก็จะจำไว้ในเครื่องเลยละ

ในส่วนของ Bluetooth นั้น ถ้าไม่ได้ใช้งานก็ติ๊กถูกออกซะนะครับ


ต่อไป ไปหัวข้อ PlayStationNetwork

เราก็ Sign In , Sign Out Account เราตรงนี้ได้เลย

หัวข้อ Application Data

ก็จะบอกว่า เราโหลด add on ของเกมอะไรมาไว้บ้าง


หัวข้อ Sound & Display

ตรง Brightness ก็เอาไว้ปรับความสว่างของหน้าจอครับ

หัวข้อ Location Data

ติ๊กถูกได้เลยครับ ถ้าเราต้องการระบุพิกัด GPS (ต้องต่อเน็ตนะ)

หัวข้อ Date & Time คงไม่ต้องสอน


หัวข้อ Language นี่ยังเศร้าใจ เพราะไม่มีภาษาไทย

เรียกได้ว่า PS Vita ตอนนี้ อ่านไทย เขียนไทย ไม่ได้เลย เด็กนอก

หัวข้อ Format

- แนะนำว่า เมื่อซื้อเมมโมรี่การ์ดมาใหม่ ๆ ก็มาที่หัวข้อ Format นี้
แล้วก็เลือกไปที่ Format Memory Card ทำครั้งแรกทีเดียวพอc - ส่วนคำสั่ง Restore Setting ก็จะทำการรีเซ็ทการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น วันเวลา ฯลฯ
- ส่วน Restore the PS Vita System นี่ก็คือ รีเซ็ทล้างหมดในเครื่องการตั้งค่า ไม่ว่าจะวันเวลา
และ PSN id ล้างหมด เปิดเครื่องมาตั้งค่ากันใหม่เหมือนซื้อเครื่องใหม่ ๆ เลย

หัวข้อสุดท้ายใน Settings คือ Power Save Settings

ผมตั้ง 5 นาทีเลย (สูงสุด)

เอาละหมดเรื่องการตั้งค่า Settings แล้ว เรามาดู ไอค่อนต่าง ๆ หน้าจอกันดีกว่า

เรียงลำดับจากซ้ายไปขวาเลยนะครับ

อันแรกคือ Welcome Park

ก็จะมีมินิเกมย่อย ๆ ให้เราฝึกใช้ระบบต่าง ๆ ของเครื่อง ทั้งในเรื่องการ touch
ระบบเซ็นเซอร์ ระบบไมค์ ระบบกล้อง ระบบ touchpad เรียกได้ว่า มาเรียนที่นี่ก่อนก็ดี
และที่สำคัญทำคะแนนดี ๆ ก็ถูกบันทึกค่าไว้ใน Trophies ด้วยนะ

หัวข้อต่อมาคือ Party ก็เอาไว้ตั้งห้อง Party พูดคุยกับเพื่อนได้ถึง 8 คน
เพื่อนก็มาจาก id PSN ที่เรา add ไว้นั่นละครับ คุยแบบมีเสียงเลยนะ
ในโหมด Party นี้ ต้อง Online ด้วยนะครับ แนะนำ WiFi เลยละ

หัวข้อต่อมาคือ PS Store ก็เอาไว้ใช้ซื้อของกับทาง Store ของ Sony
เช่นเกม PSP, PSN และ Application ต่าง ๆ ซึ่งก็เข้าไปซื้อได้ตาม id PSN ในโซน
ที่เราสมัครไว้นะ ซื้อให้ตรงโซนละ สมัคร id ญี่ปุ่น ก็ต้องเข้า Store ญี่ปุ่นนะครับ
การชำระเงินก็มีสองแบบคือแบบบัตรเครดิต (ใช้กับ Store Asia) และ บัตรเติมเงิน PSN card

หัวข้อต่อมาคือ NEAR
เอาไว้ค้นพาคนที่เล่น PS Vita (แล้วเขาเปิด online อ่ะนะ)
เรียกได้ว่า ถ้าเจอใครก็จับมาคุยกับเราได้เลยน่ะ ก็คล้ายๆ กับบนสมาร์ทโฟนนั่นเอง




หัวข้อต่อมาคือ Friends

หัวข้อนี้สำคัญ เอาไว้ add เพื่อนที่เรารู้ id PSN เขา ชื่อเพื่อนก็จะไปอยู่ในระบบ Party เราด้วย
แช็ทกันได้สบายเลยถ้า add ไว้ ของผมก็ Na_auns555

หัวข้อต่อมาคือ Group Messaging
เอาไว้พิมพ์ Message ไปหาเพื่อน หรือเอาไว้ตอบ Message ใน List ของเราได้

หัวข้อต่อมาคือ Trophies


หัวข้อชื่อ Browser

ก็คือการเล่นเว็บนั่นเอง เข้าเว็บไซค์ต่างๆ ซึ่งตอนนี้ ถ้าเข้าเว็บไซค์ใดที่เป็นภาษาไทย
จะอ่านไม่ได้เลย ตัวอักษรไทยจะปรากฎเป็นลักษณะนี้ ___________ ใช่แล้ว เป็นเส้นแบบนี้ละ

นี่ก็เว็บไซค์ pantip.com น่ะครับ เอิ๊กๆๆ
ก็ต้องรอลุ้นไปเรื่อย ๆ ว่า โซนี่ จะ add ภาษาไทยให้เราไหม ก็ต้องช่วยสนับสนุนแผ่นเกมแผ่นแท้กันละครับ

หัวข้อต่อไปคือ Photos

ถ่ายรูปนั่นเอง

ภาพที่เราเก็บไว้


ถ่ายรูปดีกว่า

สัญลักษณ์ทางด้านขวามือ ก็เอานิ้วจิ้มเลย ตรงรูปกล้องถ่ายรูปเล็ก ๆ ก็จะปรับว่า
เราจะใช้กล้องหน้าเครื่องหรือกล้องหลังเครื่องในการถ่ายภาพ
สัญลักษณ์ใต้ลงมา (รูปฟิลม์) ก็จะเป็นการถ่าย Video นั่นเอง
การกดชัตเตอร์ จะจิ้มที่จอ หรือ กดปุ่ม R ก็ได้นะครับ

นี่คือภาพที่ถ่ายได้จาก PS Vita ก็ได้ระดับนี้ละ พอขำ ๆ

การที่เราจะถ่ายรูปได้นั้น ต้องมีเมมโมรี่การ์ดนะครับ ดังนั้น เมมคืออุปกรณ์ที่ต้องซื้อนั่นเอง

การต่อเชื่อม PS Vita เข้ากับคอมฯ คราวนี้ ไม่ง่ายแบบสมัยใช้ PSP นะครับ
ตอนเราใช้ PSP นี่เสียบสาย usb แล้ว connect ก็เห็นเป็นไดร์ฟขึ้นมาเลย
แต่ PS Vita ไม่ใช่อย่างนั้น คงเพราะกลัวเรื่องการปลอมแปลงนั่นเอง
ดังนั้น PS Vita จึงทำการโยกย้ายไฟล์ด้วยโปรแกรม แบบที่ apple ใช้ itune แบบนั้นเลยละ

โปรแกรมที่ว่าก็คือ
Content Manager Assistant for PlayStation
ไปโหลดที่นี่ http://cma.dl.playstation.net/cma/
พอโหลดแล้วก็ install ติดตั้งลงคอมพิวเตอร์ของเรา
ขั้นตอนการติดตั้งอาจจะใช้เวลาซักนิด ก็อดใจรอหน่อยนะ อย่าคิดว่ามันค้างละ

พอติดตั้งเสร็จมันก็จะขึ้นหน้าตาแบบนี้

โฟลเดอร์ PICTURE , VIDEO, MUSIC แบบนี้เราเลือกสถานที่เองได้
ส่วนโฟลเดอร์ที่ใช้ backup ล่างสุดนั้น มันจะเลือกไว้เฉพาะที่ไดร์ฟ C น่ะ

เอาละจากนั้นเราก็เสียบสาย usb ให้เรียบร้อยแล้วก็ไปที่เครื่อง PS Vita
ไปที่ไอค่อนชื่อ Content Manager


ขึ้นหน้าตาแบบนี้เลย ถ้าเราไม่ได้ต่อเน็ตไว้

เรียกได้ว่า การทำอะไรแทบจะต้องเพิ่งพา internet ไปทั้งหมดเลยทีเดียว
คราวนี้คนต่างจังหวัดบางพื้นที่บางแห่งอาจจะบอกว่า อย่างนี้ก็เล่นไม่ได้เลยสิครับ
ถ้าแถวบ้านผมไม่มี wifi ไม่มี 3G ผมจะตอบว่า ถ้าท่านมี AirCard แบบ Edge , GPRS ก็ใช้ได้นะ
เพราะการเชื่อมต่อเน็ตที่ว่านี้ ไม่ได้ต้องการความเร็วอะไรมากครับ

จากนั้นก็จะให้เลือกว่าจะ connect กับอะไร

เลือกตามสิ่งที่เรามีอ่ะนะ

ก็จะมาหน้านี้

ถ้าใหม่ ๆ เลย เราไม่มีอะไร เราก็เลือก PC to PS vita นะครับ
อ้อ อย่าลืมเอาไฟล์เพลง mp3 ไฟล์หนัง ไฟล์รูปภาพ ไปวางไว้ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกไว้ข้างต้นด้วยนะ

พอก๊อบจาก PC ลง PS Vita เสร็จแล้วก็ลองมาเปิดดูกันดีกว่า
อย่างอันนี้คือโหมด Music

นั่นละชื่อเพลงเป็นภาษาไทย จะเห็นเป็นสัญลักษณ์ _________ แบบนี้เลย อ่านไม่ออกนั่นเอง


แต่ผมว่ามันก็สวยดีนะ โชว์ปกด้วย คือ ไฟล์ mp3 พวกนี้ผมทำใน itune มาก่อนแล้วน่ะครับ
ก็เลยทำแบบมีปกไว้ตอน edit นานมาแล้วนู้น เจ้า PS Vita มันก็เห็นปกด้วยนะ
PS Vita รองรับไฟล์ MP3 (MPEG-1/2 Audio Layer 3), MP4 (MPEG-4 AAC), WAVE (Linear PCM)

ต่อไป ไปที่ไอค่อน Videos ดีกว่า
ผมมีไฟล์หนังแบบ mkv อยู่บ้าง ซึ่งมันชัดกว่า dvd อ่ะนะ ก็แน่ละ มันเป็นหนึ่งในไฟล์ HD นั่นเอง
ผมเลยหาวิธีแปลง .mkv ไว้ดูบน PS Vita แบบชัด

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไฟล์ .mkv มันเป็นไฟล์ HD Rip ที่มีให้โหลดกันตาม Bit น่ะครับ
ไฟล์ .mkv นี่ชัดแจ่ม ๆ เลยน่ะ เรามักจะเรียกกันว่าไฟล์แบบไฮเดฟ นั่นเอง
และหลาย ๆ คนก็คงมีไฟล์ลักษณะนี้กันเยอะ อาจจะอยากแปลงไว้ดูบนเครื่องเล่นเกมของตน
เช่น PSP, iphone, PS3, Xbox360 , ipod touch ฯลฯ

เนื่องจากผมมีไฟล์ .mkv อยู่บ้างเลยหาวิธีแปลงเป็น mp4 ซะเลย ลองแปลงมาหลายแบบแล้ว
ผมว่าแปลงแบบ Apple TV - MPEG4 นี่ภาพแจ่ม แต่ก็กินเนื้อที่มาก
ผมใช้ ImTOO MKV Converter 6
http://www.imtoo.com/mkv-converter.html]http://www.imtoo.com/mkv-converter.html

ส่วน patch หรือ crack
http://file2.uploadfile.biz/i/MZIMMEIIIEEDMM]http://file2.uploadfile.biz/i/MZIMMEIIIEEDMM
เมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้วก็ เอาตัว patch ไปวางไว้ในโฟลเดอร์ ImToo ที่อยู่ในไดร์ฟ C โฟลเดอร์ Program

File นั่นเอง
จากนั้นก็กดรันมัน แล้วก็เลือก Patch และเราก็เข้าโปรแกรมดู
มันก็จะบอกให้เราใส่ชื่อ และ serial ก็จัดมั่วไปเลยครับ ชื่ออะไรก็ได้ เลขอะไรก็ได้ ก็เรียบร้อยแล้ว

โปรแกรมนี้แปลงได้หลากหลายทั้ง ดูบน iphone, psp , ps3, xbox360
แต่อย่าลืมว่าไฟล์ต้นฉบับที่เอามาแปลงนั้นเป็นไฟล์ .mkv นะครับผม


ผมเลือกแปลงแบบ Apple TV - MPEG4 Video ครับ
ผมแปลงเดี่ยว 9 จัดไป 2.9 GB ครับ ฮ่าๆๆ
Video Size : 720 * 432 ครับ
เอาไว้ดูบน PS Vita ได้ครับ เต็มจอด้วย ชัดแจ่มเป็ดเลยละ

อย่าลืมเอาไปวางไว้ในโฟลเดอร์ที่เราจะ sync นะ ไฟล์ที่แปลงเสร็จแล้วน่ะ


เปิดดูเลยดีกว่า

ชัดมาก ๆ เลย

และสิ่งที่ผมชอบในโหมดวีดีโอนี้คือ screen select ครับ

คลิ๊กตรงปุ่มนี้

มันก็จะโชว์แบบนี้

โปรแกรมเครื่องมันทำให้อัตโนมัตินะครับเนี่ย เลือกได้ด้วยว่าจะเอา select sceen ในกี่นาที
ในส่วนของ Video นี้
PS Vita รองรับไฟล์ MPEG-4 Simple Profile (AAC), H.264/MPEG-4 AVC

เราสามารถทำงานหลาย ๆ หน้าต่าง แบบค้างไว้ก่อนก็ได้นะครับ
เช่นเปิดเพลงแล้ว ก็กดเลื่อนไปทางซ้าย กลับมากดไอค่อน settings
มันก็จะเป็นแถบ ๆ แบบนี้


อยากสวย ๆ ก็กดปุ่ม PS ซักที

มันก็จะเรียงสวย ๆ แบบนี้ แต่ปิดบ้างก็ดีนะครับ เดี๋ยวเครื่องค้างได้นะจะบอกให้

ในส่วนหน้าจอเมนุหลัก ถ้าเราอยากเปลี่ยนสีพื้นหลังก็ทำได้
โดยการเอานิ้วไปจิ้มที่หน้าจอ พื้นที่ว่าง ๆ ตรงไหนก็ได้ ค้างไว้ซักแป๊บ
ก็จะมีลักษณะดังนี้

กดทีสัญลักษณ์ทางขวาล่าง
ก็จะมีให้ตั้งพื้นหลังดังนี้

เลือกอันแรก ก็จะเป็นรูปที่เราลงไว้ เราถ่ายไว้ก็ได้ครับ แจ่มไปเลย

กดปุ่ม PS ค้างไว้ ก็จะมีเมนูแบบนี้ขึ้นมาให้ตั้งค่าได้นะครับ เมนูลัดตั้งแสงสว่าง



ส่วนมุมจอตรงนี้ ก็จะใช้เอาไว้บอกรายละเอียดว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง
เช่นเพื่อนเราคนไหนตอนนี้ออนไลน์เข้ามาเป็นต้น



เกือบลืมเรื่อง Manual ในเกมว่ามันอยู่ตรงไหนหนอ
นี่ไงครับ

มีทุกเกมเลย กดเลือกเข้าไปดูก็จะเจอ

ถ้ามองในแง่ดี ก็ดีนะ ประหยัดกระดาษ ช่วยลดโลกร้อน


มาเล่นเกมกันดีกว่า

กราฟฟิกและสีสันของ Mavel VS Capcom นี่ไม่แพ้ภาคที่ลง PS3 เลยครับ
สนุกสุด ๆ ไปเลย บอสยากสุด ๆ โดนดีดสองทีตายเลย ดีดนะครับ ไม่ใช่ต่อย



หน้าจอของ PS Vita เป็น OLED (Organic Light Emitting Diode)
จึงทำให้สีสันสดใส ไม่ว่ามองมุมไหนก็แจ่ม


แทบไม่ต้องใช้ภาษาเลยเกมนี้ เพราะต่อยกันลูกเดียวเลย เกมอาชีวะ

และผมก็ได้ capture ภาพเกม Uncharted จากตัวเครื่อง PS Vita
เรียกได้ว่า ตะลึงสำหรับผมเลยละ กราฟฟิก มันไม่ใช่เครื่องเกมพกพาแล้วแบบนี้
นี่คือภาพระหว่างเล่นน่ะครับ ไม่ใช่ CG เนื้อเรื่องนะ


ไปยืนริมหน้าผาดูน้ำตก ก็เลย cap มาซะหนึ่งแชะ


นี่ก็ต้องวิ่งข้ามสะพานเชือก


อันนี้ก็ไต่หน้าผา

แม่น้ำข้างล่างนั่น กราฟฟิกน้ำไฟลสวยงามอย่างกับเครื่องเกมตัวใหญ่ๆ เลยละครับ

เกม Uncharted นั้น เป็นเกมที่ควรซื้อติดเครื่องทุกคนที่มี PS Vita กันเลยละ
แม้ขนาดผมที่ไม่ใช่แฟนเกมนี้ ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน ยังต้องยอมรับในความสนุก
ในการเล่นทั้งปีนป่าย ทั้งแอ็คชั่นยิง ๆ ทั้งกราฟฟิกที่สวยงามของป่าไม้ สุดยอดอ่ะ


พอดีมือเหมาะเหม็ง เหมาะเจาะไปหมด สวยงามทั้งการดีไซน์ ทั้งหน้าจอ ทั้งลูกเล่น
ปัจจุบัน แม้เกมที่ออกในช่วงแรกนี้ จะไม่เยอะ (ในไทยเอาเข้ามาไม่เยอะ)
และเป็นภาษาญี่ปุ่นซะเยอะ แต่ถ้าปีหน้า ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โซน USA วางจำหน่าย
คราวนี้เกมภาษาอังกฤษจะออกมาเพียบ จะมีเกมสนุก ๆ เข้ามาเยอะเลย
อย่าง Hot Shot Golf 6 นี่ผมก็รอโซน USA ซื้อทั้งทีต้องเล่นให้รู้เรื่อง
เกมในช่วงแรกของ PS Vita แม้จะไม่หวือหวามาก แต่ก็ทำให้เราตะลึงกับกราฟฟิกและการเล่นต่าง ๆ
วันข้างหน้าพัฒนามากขึ้นไปอีก เกมจะสวย และ สนุกขนาดไหน
ปุ่มแกนอนาล็อคข้างขวา จะถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าแน่ ๆ กับเกมแนว FPS อย่าง Call of duty
ซึ่งลง PS Vita แน่ ๆ ออนไลน์เล่นกันได้สบาย เพราะพกใส่กระเป๋าได้ พกไปไหนก็ได้
อนาคตของ PS Vita มีความสดใสอีกเยอะครับ

ขอจบรีวิวในแบบของผมเพียงเท่านี้ก่อนครับ
กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ ก็จะขึ้นหน้าจอแบบนี้ เลือก Power Off ก็จะปิดเครื่องแบบ shutdown
ปิดเครื่องแบบนี้ไม่กินพลังงานแบ็ตเตอรี่ครับ



auns555