ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ธันวาคม 14, 2017, 07:31:17 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  น้า auns555 (อั๋น) Webboard
|-+  General Category
| |-+  ห้อง คนชอบโชว์ (ผู้ดูแล: auns555, NEO, mr.btk, jinny777)
| | |-+  รีวิว Astell & Kern AK300 by auns555
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิว Astell & Kern AK300 by auns555  (อ่าน 872 ครั้ง)
auns555
www.auns555.com
Administrator
ฟอสซิลพันปี
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8806



เว็บไซต์
« เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2016, 06:18:14 PM »


ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Astell & Kern นั้น ออกรุ่นเทพ ๆ คือ AK380 copper
ซึ่งมีราคาสูงมาก ถัดลงมาก็ AK380 original ก็ราคาสูงอยู่ ถัดลงมาอีกก็ AK320
เป็นรุ่นรอง spec จาก AK380 ลงมา ซึ่ง AK320 กลายเป็นซีรียส์ AK3xx ที่ราคาถูกกว่า AK380
อยู่หลายเดือน ซึ่งใครจะเล่นซีรียส์ AK3xx นั้น ก็ลังเล ๆ จะซื้อดีหรือไม่ซื้อดีหนอ
ก็เพราะเรื่องราคาที่ไม่กล้าที่จะเอื้อมไปซื้อนั่นเอง (ผมเข้าใจนะอารมณ์แบบนั้น)

จนมาไม่นานนี้ น่าจะเดือนที่แล้วมั้ง ทาง Astell & Kern ก็เซอร์ไพรส์ตูม
ออก AK300 เป็นรุ่นรองลด spec ของ AK320 ออกมา และทำราคาแบบให้คนได้คิดว่า เอ้อ น่าซื้อเหมือนกันเฮ้ย
ซึ่งทำราคาเฉียด ๆ AK100ii แบบว่าชอบแบบไหนไปเลือกเอาเองนะจ๊ะลูกค้า



และพอนำ AK300 มาเปรียบเทียบกับ AK320 ก็จะเห็นได้ว่า
Spec ใช้อุปกรณ์ชนิดเดียวกัน แต่ spec รองจาก AK320 ครึ่งนึงนั่นเอง

คือใช้ Chip DAC AK4490 ตัวเดียว
และมี Memory ในเครื่องมาที่ 64GB

ในความเห็นส่วนตัว ผมชอบเสียงจาก Chip DAC AK4490 นะครับ
คือผมเคยมี AK100ii นั้นใช้ชิพ CS4398 ซึ่งผมว่ามันดีนะครับ
แต่พอมาฟังเสียงจากชิพ AK4490 มันจะไม่เหมือนกันนะ อีกแนวนึง
คือ CS4398 มันฟังเพลงได้แบบ Overall ไปเรื่อย ๆ ชิว ๆ ได้ดี ไม่เบื่อ
ส่วน AK4490 ผมว่ามันมี soundstage ที่ดี มีไดนามิคที่ดี มันอีกฟิลนึงเลย
คือผมกลับรู้สึกติดใจเสียงลักษณะนี้มากกว่านั่นเอง (เขียนยากเนอะเรื่องบรรยายเสียงเนี่ย)

เอาละมาแกะกล่องดีกว่า

กล่องก็หน้าตาเหมือนๆ กับ AK ในรุ่นอื่น ๆ ครับ สีดำเข้ม ดำด้าน ๆ

หลังกล่องก็จะมีบอก spec ไว้ด้วยครับ


วางจำหน่ายปี 2016 Made in Korea และ Designed by iRiver

ผมชอบ และใช้ยี่ห้อ iRiver มานานมาก ๆ เลย

เอาละแกะเลยดีกว่า
แท่นแท้น

ที่หน้าจอก็จะแปะพลาสติกมานะครับ ดำ ๆ นั่นละ ลอกออกก็เจอจอเลย
ซึ่งผมแนะนำว่า ลอกออกปุ๊บควรแปะกันรอยในทันทีครับ
เพราะเขาไม่ได้แปะมาให้นะจ๊ะ

ก็จะมีอุปกรณ์แถมมาดังนี้

แผ่นกันรอยด้านหน้า 2 แผ่น ด้านหลัง 2 แผ่น (แปะกันเอง)
คู่มือการใช้งาน 2 เล่มบาง ๆ
สาย USB to Micro USD หนึ่งเส้น
และที่ชอบมาก ๆ คือ เคสหนังครับ สวยดีนะ

เอาละหยิบมาดูก่อนใส่เคสดีกว่า (ผมแปะกันรอยเลยล่ะ)

ตัวเครื่องทำจากวัสดุ อลูมิเนียม พ่นดำ สวยงามดูแพง และมีน้ำหนัก

ด้านหลังก็จะเป็นลาย ๆ ด้วยนะ ถ้าส่องกับแสงไฟ

ต้องแปะกันรอยด้านหลังด้วยนะครับ
ส่วนมุมบนขวามือตุ่ม ๆ หมุน ๆ นั่น ก็เอาไว้ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เสริมเช่น AMP
และทางด้านขวามือ (เวลาใช้) แต่ซ้ายมือในภาพ ก็คือปุ่มปรับ Volume นั่นเอง
ครับ งานมันเนี้ยบดูสวยงามเช่นเคย แต่ AK380 สวยกว่านะ นั่นยังหลอนไม่เลิก

มาดูทางสันเครื่องทั้งสองฝั่งกันบ้าง

ซ้ายมือก็จะมีช่องใส่ mem หนึ่งช่อง ก็เชิญจัดเต็มได้เลย
ขวามือก็จะมีปุ่มให้เรากด Play FF RW ประมาณเนี้ย ใช้งานง่ายครับ

มาดูสันเครื่อง บน ล่าง กันบ้าง

ด้านบนก็มีช่องใส่หูฟัง 3.5" ปกติ และช่องหูฟังแบบ บาล๊านซ์ 2.5"
และก็ปุ่ม Power เปิดปิดเครื่องครับ การวางปุ่ม ก็จะเหมือนกับ AK ทุกรุ่นครับ
และขอเตือนว่า อย่าไปลองฟังช่อง 2.5 นะครับ ถ้าเงินยังไม่พร้อมซื้อสาย ฮ่าๆๆ
คือตอนผมลองที่ร้าน ผมคิดว่า 2.5" นั้น มันจะแสดงศักยภาพได้เหรอ
แบบว่าใช้ชิพแค่ Single DAC มันจะไหวเหรอ ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ นะ
แต่ก็ลองหน่อยละกัน ผมเอาหูโอลิเวติไปฟัง ก็ลองด้วยสายบาล๊านซ์ของโอลิเวตินั่นละ
ที่ออกมาใหม่เลยฟังปุ๊บ เออ มันต่างจริง ๆ แฮะ ปลายเสียงดีขึ้นเยอะเลย มันฟังสบายขึ้น
หมายถึงเสียงที่ออกมามันมีมิติขึ้นนะครับ ก็เลยรีบถอดแล้วไม่ลองละ (-_-"
แบบว่ารอไปก่อนนะ สาย 2.5" ไว้จะมาจัดแน่ ๆ

ต่อ ๆๆ 
ด้านล่างก็มีช่องเสียบสาย Micro USB เอาไว้ชาร์จ
และจะมี แถบ จุด ๆๆ นั่น ก็เอาไว้ใช้ในการต่ออุปกรณ์เสริมเช่น Amp นั่นเอง

เอาละ มาดูซองหนัง เคสหนัง (แล้วแต่จะเรียก) กันบ้างครับ
สีของเคสหนังนี้ ไม่ใช่สีดำนะครับ มันจะออก น้ำเงินเข้มมากๆ จนบางมุมคิดว่าดำ



จับใส่ซองหนังเลย ก็เนี๊ยบครับ เหมาะเจาะ Perfect




เอาละทนไม่ไหวละ เปิดใช้งานดีกว่า (ผมจะเล่าแบบกว้าง ๆ นะครับ)
ครับ เมนูก็คุ้นเคยครับ ผมว่าเมนูลักษณะนี้ เป็นเมนูเอกลักษณ์ตายตัวไปละครับกับ AK
ซึ่งก็ดีนะครับ ใช้งานง่ายดี ไม่ต้องเข้าใจอะไรมากสำหรับแฟน ๆ AK เดิม ๆ

ตัวอักษรภาษาไทยสวยงาม อ่านง่าย สบายตา เหมาะกับผู้สูงวัย
อ่านไทยออกเลยโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรนะครับ

ผมก็ลงเพลงไฟล์ .wav ริบจากแผ่น CD แผ่นแท้ (สนับสนุนแผ่นแท้กันนะครับ)
ผมชอบคุณ ธีร์ ไชยเดช อัลบั้มเก่า ๆ กีตาร์เขามันเคลิ้มจริง ๆ
และสมัยนั้นบันทึกเสียงดีเนอะ

อย่างการโชว์ภาพปกทั้ง ๆ ที่เราใช้ไฟล์ .wav จริง ๆ ก็ไม่ยากเลยครับ
หารูปภาพขนาดซัก 500x500 มาใส่ในโฟลเดอร์เพลงนั้น ๆ แล้วตั้งชื่อรูปภาพว่า folder.jpg
เพียงเท่านี้ ก็จะโชว์ปกแบบในภาพแล้วครับ

และแน่นอน การฟัง AK ถ้าไม่ลองเพลงจีนหวาน ๆ อย่าง Tong Li ละก็
ถือว่าผิด (เฮ้ย นั่นมันรายการอาหารครัวคุณต๋อย)

เด่นเรื่องเสียงร้องครับ กลางมาดีมาก ๆ นิ่งๆ ปลายเสียงพริ้วดี หวานฟังสบายหู
ส่วน Deep Bass ผมว่าสู้ Opus#1 ไม่ได้ครับ แต่ก็มีเบสให้เราได้ยินนะ ไม่ใช่แป๊ก ๆ ๆ นะครับ

ฟัง DSD ได้ไหม ได้นะครับ แน่นอนโดน Convert เป็น PCM ครับ
ซึ่งเสียงก็ยังดีกว่าไฟล์ปกติอยู่ดีครับ


ส่วนไฟล์เพลง Flac 24bit ก็แน่นอน ไฟล์สุดฮิตครับ
ใช้งานได้สบายๆ เสียงดีขึ้นกว่าไฟล์ wav และ flac 16bit แน่นอนครับ

สารภาพว่า เทสทีไร ต้องฟังเพลงนี้ทุกที December Dream
เพราะผมเอาไว้ฟังปลายเสียง กับเสียงลม ชอบๆ ๆ

อ้อ AK300 AK320 AK380 นั้น มีปุ่ม Home นะครับ
คือกดแล้วจะกลับมาหน้าจอหลัก ก็คือปุ่มตรงนี้ครับ ผมก็เพิ่งเคยใช้นี่ละ


ส่วนการ Setting ต่างๆ ก็เหมือนเดิมครับ มีเมนูลัดลากหน้าจอลงมาก็เจอ


มีให้เลือกเยอะแยะครับ Wifi , Bluetooth, AK Connect


มีให้ตั้งค่าเพียบครับ




ธีมให้เลือกนิดหน่อย ก็โทนดาร์กๆ ทั้งนั้น


ปรับ ความสว่าง ครับ ผมเอาแค่ 1 พอ ประหยัดแบ็ตไปได้อีก


ตั้งค่าวันเดือนปี เวลา


เลือกภาษาของเครื่องครับ แน่นอน English ดีสุดสำหรับเรา


ตั้งปิดเวลาได้นะ


มีคีย์บอร์ดด้วย


นี่ก็มี


ปรับ EQ แบบ Custom ก็ได้ครับ ละเอียดดี แต่ผมไม่ใช้เลย EQ


ดู information ก็เข้าใจรายละเอียดว่าเราใช้พื้นที่ไปเท่าไหร่ ใช้ fw อะไร

คือตอนนี้ผมใช้ fw 1.02 อยู่เลย ผมชอบเสียง fw นี้นะ
กลัวอัพไป 1.03 แล้วเสียงเปลี่ยนอ่ะ การอัพ fw แบบ AK ยุคใหม่นี้ผมไม่ชอบเลย
คือไม่อิสระ แบบว่าถ้าไม่ชอบก็กลับไปใช้อันเก่าไม่ได้
ไม่เหมือนสมัย AK100 AK120 ที่โหลด FW มาใส่เมมแล้วค่อยอัพ ผมชอบแบบนั้น

ไฟล์ผมส่วนใหญ่เป็น .wav เยอะ เพราะผมซื้อ CD เยอะครับ
อัลบั้มนี้ก็แน่นอน ใคร ๆ ก็รู้จัก เสียงดีมาก ๆ ครับ
หลาย ๆ คนเทสเสียงต่ำด้วยเพลง Hotel California อันนี้ผมเคยฟังบน Opus แล้ว
เสียงต่ำ Opus ชนะ AK300 นะครับ ฮ่าๆๆ


ส่วนอัลบั้มนี้ OST Mitty นี่ ชอบสุด ๆ ครับ
ไปหาซื้อมาฟังกันครับ เพลงดีนะ


เห็นตัวอักษร i นั่นก็กดไป อ้อ มันบอก information ของไฟล์นะเนี่ย


เวลาเราลงไฟล์เพลง คือ ผมลงแบบเป็น Folder ไว้เยอะ ๆ
ตอนเราอยู่หน้าจอเมนูเลือกไฟล์ มันก็จะมีแถบบาร์ข้าง ๆ มาช่วยเรานะ


หรือลงเพลงในโฟลเดอร์ไว้หลาย ๆ เพลงเป็นร้อย ๆ เพลง
ก็มีแถบบาร์ข้าง ๆ ให้ช่วยเลื่อนเช่นกัน


ส่วนนี่ก็สิ่งที่คาดหวังไว้ว่าจะจัด

สารภาพเลยว่าอยากจะจัดมาเพื่อประกอบร่าง ไม่ได้ห่วงเรื่องเสียงเลย
ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง แย่ลงน่าจะไม่แย่ลง แต่อยากประกอบร่างมันเท่ห์ ยิ่ง 380 ประกอบยิ่งเท่ห์

มาพูดเรื่องเสียงกันดีกว่า (ความคิดเห็นส่วนตัวผมล้วน ๆ ครับ)
 Astell&Kern 300 ใช้ชิพ DAC AK4490 แบบ Single
ผมใช้หูฟัง 2 ตัว หลัก ๆ คือ
inear ใช้ ORIVETI PRIMACY หูฟังอินเอียร์ 3 Hybrid driver
fullsize, onear ใช้ Sony MDR-CD900ST

Image & Soundstage : ต้องสารภาพว่าซาวนด์สเตจนี่ละ ที่มันดีขึ้นไปอีกแบบจากเดิมที่เคยฟังบน AK100II มันไม่เหมือนกันนะ ต้องขออภัยผมไม่สามารถแยกแยะได้ว่า มันดีกว่าหรือเปล่า แต่ผมชอบแบบนี้มากกว่า หรือเป็นไปตามอารมณ์ผมตอนนี้มากกว่านั่นเอง เป็นที่รู้กันว่า Astell & Kern นั้น มักจะเน้น Soundstage ให้มีมิติการวางตำแหน่งของเครื่องดนตรีที่ดี มีแบ็คกราวน์ที่เงียบสงัดราวกับฟังในห้องบันทึกเสียงเลย มีเสียงกลางที่เด่นฟังเพลงร้องหวาน ๆ นี่มันผ่อนคลายมาก เป็นจุดเด่นที่เขาพยายามทำใส่ในทุก ๆ รุ่น แต่ก็มีเสียงเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละซีรียส์

impact และ dynamic :เรื่องการจับตัวของไดนามิค ในส่วนของเสียงเบสกำลังดี มีหัวโน๊ตของเบส และ มิดเดิ้ลเบส ส่วน ดีฟเบสนั้นไกลๆ คือตรงนี้สู้ ดีฟเบส ของ Opus#1 ยังไม่ได้นะครับ แต่ผมเพิ่งใช้งานมาไม่ถึง 10 ชั่วโมงเลยครับ ดังนั้นอนาคตมันอาจจะไม่แน่นะ ดีฟเบสเนี่ย ถามว่าฟังเพลงร็อคได้ไหม ได้สบายครับ เสียงสะแน เสียงกลอง ยังทำได้ดี ฟังได้มันส์ ๆ ครับ แต่คงเพราะชิพ AK4490 มั้ง ผมรู้สึกว่ามันให้เสียงที่ติดวอร์ม ๆ ส่วนเรื่อง Dynamic นั้น ดีขึ้นนะ การไล่เสียงสูงกลางทำได้ดีครับ ส่วนเสียงต่ำจริง ๆ ก็ทำได้ดีนะครับ แต่เพราะดันไปเจอเสียงต่ำของ Opus เข้าให้ เลยทำให้รู้สึกว่า ดีฟเบส ของ AK300 เป็นรอง Opus ครับ อันนี้ต้องยอมรับจริง ๆ แต่เสียงกลาง เสียงแหลม สู้กันสบายครับกับ Opus นะ จริง ๆ ไม่อยากเทียบแบบนี้ แต่ผมอยากจะเขียนก็เพราะว่า Opus แบรนด์น้องใหม่กำลังพัฒนาจริง ๆ ดังนั้น ค่าย AK ต้องทุ่มให้ลูกค้าแบบจัดคุ้ม ๆ มาก ๆ ครับอย่าไปกั๊กเยอะ ราคา 35,000 บาทนี่ ต้องจัด dual dac มาได้แล้ว ฮ่าๆๆ

Transparency ความใส นี่ช่วงแรกปลายเสียงแหลม ต้องเบิร์นครับ ผมเบิร์นด้วยเพลงของ Susan เพลง I'm Easy ไปได้ซักพักนึงละ ปลายเสียงดีขึ้นกว่าตอนแกะกล่องครับ เป็นนิมิตรดีครับว่า มันต้องเบิร์นจริง ๆ คือ ยิ่งเบิร์น ยิ่งดีนั่นเอง ส่วนในเรื่องเสียงกลางและแบ็คกราวน์นิ่งนั่น ทำได้ดีมากอยู่แล้วครับ

Harmonic  เพราะเรื่องความมิติ มีเลเยอร์ดี เรื่องเสียง Harmonic นี่ยิ่งแสดงออกมาได้ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์คู่ AK มาตลอดทุกรุ่น

สิ่งที่ผมชอบกับ AK ก็คือ วัสดุครับ เนี๊ยบ สวยงาม ดูแพง (ก็แพงนะ)
หน้าจอ interface ที่เข้าใจง่าย
ถามว่าคุ้มไหมที่จะซื้อ ผมว่าคุ้มนะครับ เสียงดีเลยละ AK300
เป็นซีรียส์ AK3xx น้องเล็กที่แม้จะลด spec จากรุ่นพี่ใหญ่ และ พี่กลาง
แต่น้องเล็ก 300 ก็ไม่ทำให้เสียชื่อครับ เชื่อว่า พ้นเบิร์น 50 ชั่วโมงนี่จะดียิ่งขึ้นไปอีกแน่ ๆ

ในท้องตลาดมี DAP ให้เลือกเยอะแยะเลยครับยุคนี้
อยู่ที่ว่า เราจะชอบแบบไหน บางคนชอบทั้งดีไซน์ ชอบทั้งเสียง
บางคนไม่สน ฉันชอบแต่เสียง หน้าตาเป็นไงไม่แคร์
นั่นละครับ คือความสุข และ Art ของแต่ละท่าน ผมไม่แนะนำ ไม่ชี้ทางใด ๆ
ถ้าวันข้างหน้า อย่างเสาร์ที่ 16 ก.ค. 59 นี้ ผมถูกรางวัลที่ 1
วันรุ่งขึ้น ผมก็จะไปจัด AK380 copper ครับ ฮ่าๆๆ ต้องไปให้สุดของซีรียส์นี้
เพราะอนาคตมันอาจจะมี AK ที่สุดยอดยิ่งกว่านี้ (มีแน่) ซึ่งมันก็จะเป็นกิเลสต่อไปอีก
บางคนเบื่อกับเรื่องแบบนี้ แต่ผม มันคือ เชื้อเพลิงเติมกิเลส ให้ผมเลยละครับ ฮ่าๆๆ

"When you're happy, you enjoy the music,
but when you're sad you understand the lyrics"

by auns555 (สันติ)
โทร. 089-078-5670
Line id : auns555
email : auns555@hotmail.com

บันทึกการเข้า

www.auns555.com
เว็บเกมพกพาของน้าอั๋น
Tel.089-078 5670 (โทรได้ตั้งแต่ 9.00 น. - 20.00 น.)

หน้าเพจเฟสบุ๊ค http://www.facebook.com/auns555toys

หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!